ระหว่างปี 1909-1940 เอตโตเร และชอง บูกัตติ สองพ่อลูกได้สร้างผลงานที่เรียกว่าศิลปกรรมยานยนต์ทั้งในรูปแบบรถแข่งความเร็วสูง, รถสปอร์ต และรถยนต์นั่งระดับหรูหราออกมาได้เกือบ 8,000 ชิ้น แต่ละคันเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดแห่งเทคโนโลยี และสวยสุดๆทั้งนั้น มาคราวนี้ก็เป็นการหวนกลับมาของสัญลักษณ์ที่ว่านั้นอีกครั้งกับ "บูกัตติ เวย์รอน 16.4"The Heritage of a Great Artist ในปี 1909 เอตโตเร บูกัตติ - วิศวกรหนุ่มได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่เมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า Dorlisheim และได้พัฒนาแนวทางการออกแบบรถยนต์ในฝันของเขาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 1910 บูกัตติเริ่มตั้งบริษัทขึ้นในโรงหล่อโลหะที่เลิกใช้แล้วใกล้ๆ กับเมือง Moisheim และวันนี้ บูกัตติกลับไปเริ่มต้นที่นั่นอีกครั้ง
Technological Perfection and Design รูปทรงของบูกัตติล้วนแต่เคยเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมด้วยฝีมือมนุษย์ นับตั้งแต่ผลงานการสร้างสรรค์ของ "เอตโตเร อาร์โค อิซีโดเร บูกัตติ" ผู้ก่อตั้งโรงงาน หรือไม่ก็เป็นฝีมือของบูกัตติผู้เป็นลูก "ชอง" ซึ่งสืบทอดสายเลือดพ่อเอาไว้อย่างเข้มข้น รถบูกัตติแต่ละคันล้วนสร้างกันด้วยมือจากแรงงานฝีมือดีราว 1,200 คนที่โรงงานอัลเซเชียน และกรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมของบูกัตติจะกลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งหนึ่งใน"บูกัตติ อีบี 16.4" บูกัตติ เวย์รอน 16.4 ได้ปรากฏตัวครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์ที่ IAA 2001 ที่แฟรงก์เฟิร์ต โดยออกมาเป็นตัวแบ็กอัพให้กับรถสปอร์ตคูเป้ รุ่น T57 SC "Ventoux" และ "Rouge Ventoux/Noir" ซื่งในครั้งนั้น EB16.4 ได้โชว์ความโดดเด่นของเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ที่เป็นหลักประกันถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างน้ำหนักเบา ที่สามารถปกป้องชีวิตผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้พอๆกับรถฟอร์มูล่า 1 เปลือกตัวถังภายนอกของ EB16.4 ยังคงเป็นอะลูมินัมครอบบนโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ขนาดฐานล้อ
ข้อมูลเทคนิค บูกัตติ เวย์รอน 16.4
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น